ผู้ที่พบเห็นตัวตนท่านนบีจะบอกเราได้อย่างหนึ่งว่า เมื่อท่านมีความสุขใบหน้าของท่านก็เปล่งประกาย ถ้าอะไรที่ทำให้ท่านโกรธจริงๆ ใบหน้าของท่านก็จะแดงขึ้นมา ถ้าอะไรทำให้ท่านเสียใจมากๆ ท่านเคยร้องไห้จนเคราเปียกชุ่มก็มี ถ้าท่านขำขัน ท่านก็จะยิ้มกว้างจนเห็นฟันกราม… นี่คือนบีที่มีชีวิต นี่คือนบีที่เต็มไปด้วยความรู้สึก !
• ท่านอบู สะอีด อัล-คุฏรีย์ (ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ) กล่าวว่า
«فَإِذَا رَأَى شَيْئًا يَكْرَهُهُ عَرَفْنَاهُ فِي وَجْهِهِ»
“เมื่อท่านนบีเห็นสิ่งใดที่ท่านไม่ชอบ (หรือทำให้อาย) พวกเราจะรับรู้ได้ทันทีจากสีหน้าของท่าน” (บันทึกโดย อัล-บุคอรี และมุสลิม)
[ ใบหน้าที่มีความสุข ]
• ท่านกะอ์บ์ บิน มาลิก (ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ) บอกเล่าสภาพตอนนี้ท่านนบีมีความสุขในเรื่องหนึ่งเรื่องใดว่า
«كَانَ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ إِذَا سُرَّ اسْتَنَارَ وَجْهُهُ، حَتَّى كَأَنَّهُ قِطْعَةُ قَمَرٍ!»
”ปรากฏว่าท่านรสูลุลลอฮ์ ﷺ นั้น เมื่อท่านมีความสุข (หรือได้รับข่าวดี) ใบหน้าของท่านจะสดใสเปล่งประกาย จนดูคล้ายกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของดวงจันทร์” (บันทึกโดย อัล-บุคอรี และมุสลิม)
• ท่านญะรีร บิน อับดิลลาฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ) เล่าว่า เมื่อท่านนบีเห็นกลุ่มคนผู้ยากไร้อย่างมากที่เดินทางมาหาท่าน
«فَتَمَعَّرَ وَجْهُ رَسُولِ اللهِ ﷺ لِمَا رَأَى بِهِمْ مِنَ الْفَاقَةِ»
”แล้วสีหน้าของท่านรสูลุลลอฮ์ ﷺ ก็เปลี่ยนไป (ดูหมองลงหรือหม่นเศร้า) เนื่องจากท่านได้เห็นความหิวโหยและความยากจนที่เกิดขึ้นกับพวกเขา” (บันทึกโดย มุสลิม)
• ท่านญะรีร บิน อับดิลลาฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ) เล่าต่อไปว่าเมื่อท่านนบี ﷺ เห็นการบริจาคอย่างล้นหลามของบรรดาเศาะฮาบะฮ์เพื่อช่วยเหลือกลุ่มคนที่ยากไร้
«فَتَهَلَّلَ وَجْهُ رَسُولِ اللَّهِ ﷺ كَأَنَّهُ مُذْهَبَةٌ»
“แล้วใบหน้าของท่านรสูลุลลอฮ์ ﷺ ก็สว่างไสวเปล่งประกาย (ด้วยความยินดี) ราวกับว่าเป็นทองคำ” (บันทึกโดย มุสลิม)
[ ใบหน้าที่ไม่พึงพอใจ ]
• ท่านหญิงอาอิชะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮา) ได้เล่าไว้ถึงสภาพที่ท่านนบีไม่พอใจอย่างมากเอาไว้ว่า
«…فَلَمَّا رَآهُ رَسُولُ اللَّهِ ﷺ تَلَوَّنَ وَجْهُهُ…»
”…เมื่อท่านรสูลุลลอฮ์ ﷺ ได้เห็นสิ่งนั้น (สิ่งที่ขัดต่อบทบัญญัติ) สีหน้าของท่านก็เปลี่ยนไป…” (บันทึกโดย อัล-บุคอรี และมุสลิม)
• ท่านอบู ฮุรอยเราะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ) เล่าถึงความโกรธของท่านนบีในบางเรื่องบางประเด็นที่ทำให้ท่านโกรธเอาไว้ว่า
«خَرَجَ عَلَيْنَا رَسُولُ اللَّهِ ﷺ وَنَحْنُ نَتَنَازَعُ فِي الْقَدَرِ فَغَضِبَ حَتَّى احْمَرَّ وَجْهُهُ، حَتَّى كَأَنَّمَا فُقِئَ فِي وَجْنَتَيْهِ الرُّمَّانُ…»
“ท่านรสูลุลลอฮ์ ﷺ ได้ออกมาหาพวกเราในขณะที่พวกเรากำลังถกเถียงกันเรื่องเกาะดัร (การกำหนดสภาวะ) ท่านจึงโกรธจนกระทั่งใบหน้าของท่านแดงก่ำ ราวกับว่ามีเมล็ดทับทิมถูกบีบลงบนแก้มทั้งสองของท่าน…” (บันทึกโดย อัต-ติรมิซีย์ และอิบนุ มาญะฮ์)
[ ยิ้มกว้างจนเห็นฟันกราม ]
• ท่านอับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด (ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ) เล่าสถานการณ์หนึ่งที่ท่านนบีอารมณ์ขันเอาไว้ว่า
«فَلَقَدْ رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ ﷺ ضَحِكَ حَتَّى بَدَتْ نَوَاجِذُهُ»
”และแน่นอน ฉัน (อับดุลลอฮ์ บิน มัสอูด) ได้เห็นท่านรสูลุลลอฮ์ ﷺ หัวเราะ (หมายถึงยิ้ม) จนกระทั่งเห็นฟันกรามของท่าน” (บันทึกโดย อัล-บุคอรี และมุสลิม)
• ท่านหญิงอาอิชะฮ์ (ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮา) เล่าว่า
«مَا رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ ﷺ مُسْتَجْمِعًا قَطُّ ضَاحِكًا، حَتَّى أَرَى مِنْهُ لَهَوَاتِهِ، إِنَّمَا كَانَ يَتَبَسَّمُ»
“ฉันไม่เคยเห็นท่านรสูลุลลอฮ์ ﷺ หัวเราะจนอ้าปากกว้างมองเห็นลิ้นไก่เลย (คือไม่หัวเราะเสียงดังลั่น) แท้จริงแล้วท่านมักจะยิ้ม (อย่างสำรวม)” (บันทึกโดย อัล-บุคอรี)
[ น้ำตาที่รินไหล ]
• ท่านอนัส บิน มาลิก (ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ) เล่าตอนที่ท่านนบี ﷺ ยืนอยู่ริมหลุมศพของบุตรสาวท่าน (ท่านหญิงอุมมุ กุลษูม) เอาไว้ว่า
«رَأَيْتُ رَسُولَ اللَّهِ ﷺ جَالِسًا عَلَى قَبْرِهَا، فَرَأَيْتُ عَيْنَاهُ تَدْمَعَانِ»
“ฉันเห็นท่านรสูลุลลอฮ์ ﷺ นั่งอยู่ข้างหลุมศพของนาง และฉันเห็นดวงตาทั้งสองของท่านมีน้ำตาไหลออกมา” (บันทึกโดย อัล-บุคอรี)
• ท่านอนัส บิน มาลิก (ร่อฎิยัลลอฮุ อันฮุ) เล่าที่การวันที่ท่านนบี ﷺ สูญเสีย “อิบรอฮีม” บุตรชายของท่านในวัยทารก
«…فَجَعَلَتْ عَيْنَا رَسُولِ اللَّهِ ﷺ تَذْرِفَانِ، فَقَالَ لَهُ عَبْدُ الرَّحْمَنِ بْنُ عَوْفٍ رَضِيَ اللَّهُ عَنْهُ: وَأَنْتَ يَا رَسُولَ اللَّهِ؟ فَقَالَ: يَا ابْنَ عَوْفٍ، إِنَّهَا رَحْمَةٌ. ثُمَّ أَتْبَعَهَا بِأُخْرَى، فَقَالَ ﷺ: إِنَّ الْعَيْنَ تَدْمَعُ، وَالْقَلْبَ يَحْزَنُ، وَلاَ نَقُولُ إِلاَّ مَا يَرْضَى رَبُّنَا، وَإِنَّا بِفِرَاقِكَ يَا إِبْرَاهِيمُ لَمَحْزُنُونَ.»
“ดวงตาทั้งสองของท่านรสูลุลลอฮ์ ﷺ มีน้ำตารินไหล ท่านอับดุรเราะห์มาน บิน เอาฟ์ จึงถามว่า “แม้แต่ท่านด้วยหรือ โอ้รสูลุลลอฮ์?” (คือท่านก็ร้องไห้ด้วยหรือ?) ท่านนบีตอบว่า “โอ้บุตรของเอาฟ์เอ๋ย แท้จริงมันคือความเมตตา” แล้วท่านก็น้ำตาไหลออกมาอีก พร้อมกล่าวว่า “ดวงตานั้นหลั่งน้ำตา และหัวใจนั้นเศร้าโศก แต่เราจะไม่กล่าวสิ่งใดนอกจากสิ่งที่พระผู้อภิบาลของเราทรงพอพระทัย และแท้จริงพวกเราเศร้าโศกยิ่งต่อการจากไปของเจ้า โอ้ อิบรอฮีม” (บันทึกโดย อัล-บุคอรี)
.
#แต่ทั้งนี้จะต้องสังเกตต่อไปให้ดีว่า ท่านนบีสามารถรักษาความพอดีและสมดุล ความสุขความดีใจทั้งหลายไม่เคยทำให้ท่านลืมตัว ไม่เคยมีท่าทางที่ไม่เหมาะสม ไม่มีการทำอะไรที่เกินขอบเขต ผู้คนจะเห็นแค่ใบหน้าที่เปล่งประกายถึงความสุข จนคนที่พบเห็นพลอยมีความสุขไปด้วย… แม้แต่ความขำขันของท่านอย่างที่สุดก็ไม่ได้ทำให้ท่านมีเสียงหัวเราะดัง มีแค่ยิ้มกว้างที่สุดเท่านั้นเอง
ความโกรธของท่านไม่เคยทำให้ท่านโวยวาย หรือเหวี่ยงใส่ใคร ท่านจะนิ่งเงียบ และยังคงควบคุมตัวเองได้ต่อไป ผู้คนจะพบเห็นร่องรอยความไม่พอใจบนหน้าของท่านเท่านั้นเอง… ท่านนบีเศร้าเสียใจเสมอในเรื่องที่ควรเศร้าเสียใจ แต่จะเศร้าเสียใจอย่างไรท่านนบีก็ยังคงรักษาสภาวะปกติไว้ได้ ไม่ตีโพยตีพาย หรือทำอะไรไม่เหมาะสม ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์วุ่นวายอย่างไร ท่านนบีก็ยังคุมสติได้อยู่
.. ความประเสริฐของท่านนบี ﷺ ไม่ได้มาจากการไม่มีอารมณ์ แต่มาจากการจัดการอารมณ์ได้อย่างยอดเยี่ยม สิ่งที่ท่านนบี ﷺ ปฏิบัติคือการ “รู้เท่าทันความรู้สึก” ของตัวเองในขณะที่มันเกิดขึ้น และสามารถเลือกที่จะทำได้อย่างมีสติ ซึ่งหมายถึงการสามารถกลับไปรำลึกถึงอัลลอฮฺได้ทันที ไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อะไร และยังคงรักษาอัคลากที่ดีไว้ได้อย่างมั่นคง
ชีวิตของผู้ศรัทธาควรจะมีความรู้สึกในแบบที่ท่านนบีรู้สึก ต้องมีความดีใจ มีความเสียใจ มีความโกรธ มีความกลัว มีอารมณ์ขัน (จะต้องไม่ใช่คนเฉยชา ไม่รู้ร้อนรู้หนาว) แต่จะต้องฝึกฝนการจัดวางความรู้สึกในแบบที่ท่านนบีเป็น ด้วยจิตใจที่คิดถึงอัลลอฮฺ และรักษาอัคลากเอาไว้ให้ได้เสมอ
|อัล อัค|
แหล่งอ้างอิง
