นิยามความเป็นคนจริง อยู่ที่การรักษาสองสิ่งนี้ไว้ให้ได้ คือรักษาอะมานะฮฺของตัวเอง และรักษาเกียรติของคนอื่น ท่านอุมัร บิน อัล-ค็อฏฏ็อบ (เราะฎิยัลลอฮุ อันฮุ) กล่าวว่า
“مَنْ أَدَّى الأَمَانَةَ، وَكَفَّ عَنْ أَعْرَاضِ المُسْلِمِينَ، فَهُوَ الرَّجُلُ”
”ผู้ใดที่ปฏิบัติอะมานะฮฺ (ดูแลขอบข่ายความรับผิดชอบของตนอย่างเต็มที่) และยับยั้งตนจากการละเมิดต่อเกียรติศักดิ์ศรีของพี่น้องมุสลิม… เขาคือลูกผู้ชายที่แท้จริง”
(อ้างอิง: อิบนุ อับดิลบัร จากหนังสือ บะฮ์ญะตุล มะญะลิส หน้า 86)
ในภาษาอาหรับ คำว่า “อัร-เราะญุล” (الرجل) นอกจากจะแปลว่าผู้ชายหรือความเป็นลูกผู้ชายแล้ว ยังมีความหมายแฝงถึง “ความกล้าหาญและความเด็ดเดี่ยว” หรือความเป็นคนจริงนั่นเอง … แนวคิดนี้จึงใช้กับผู้หญิงได้ด้วย แม้ว่าโฟกัสของมันไปอยู่ตรงผู้ชายก่อนก็ตาม
การรักษาอะมานะฮและการรักษาเกียรติของคนอื่น… ทั้ง 2 เรื่องที่บอกลักษณะของคนจริงนั้น มันไม่ได้เป็นแค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องรักษาไว้ และผู้ที่ ไม่รักษามันนั้นถือเป็นบาปใหญ่ร้ายแรง
… คำว่า #อะมานะฮ์ (الأمانة) แปลว่า ความซื่อสัตย์ ความรับผิดชอบ หรือสิ่งที่ถูกฝากฝังไว้ ท่านอุมัรบอกว่า ผู้ชายต้องเต็มที่กับความรับผิดชอบและอะมานะฮฺของตัวเองให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรก เรื่องนี้สำคัญมากๆ จนผู้รู้ในยุคก่อนๆ ต่างย้ำไว้ตรงกัน
อิหม่าม อะหมัด บิน ฮันบัล กล่าวว่า
”لَا تَخُنْ مَنْ خَانَكَ وَإِنْ كُنْتَ تَرَى أَنَّ لَكَ فِيهِ حَقًّا”
“ท่านจงอย่าบิดพริ้วต่อผู้ที่เคยบิดพริ้วต่อท่าน (อย่าแก้แค้นด้วยวิธีที่ไม่ซื่อสัตย์) แม้ว่าท่านจะเห็นว่าท่านมีสิทธิในสิ่งนั้นก็ตาม” (สะท้อนว่า อะมานะฮ์คือจุดยืนทางจริยธรรมที่ไม่มีข้อยกเว้น แม้จะโดนกระทำก่อนก็ตาม)
อิหม่าม อัล-มาวัรดี กล่าวว่า
”إِذَا ضَيَّعَ الرَّاعِي رَعِيَّتَهُ اسْتَحَقَّ مَقْتَ اللَّهِ وَنَاسِهِ”
“เมื่อผู้ดูแล (ผู้รับผิดชอบ) ได้ละทิ้งผู้ที่อยู่ใต้การดูแลของเขา เขาสมควรได้รับ ความกริ้วโกรธจากอัลลอฮ์ และการสาปแช่งจากเพื่อนมนุษย์”
อิหม่าม อิบนุ อัล-เญาซี กล่าวว่า
”الْغَدْرُ شِيمَةُ اللِّئَامِ، وَالْوَفَاءُ طَبِيعَةُ الْكِرَامِ”
“การหักหลัง (อัล-ฆ็อดรุ) คือสันดานของคนต่ำช้า ส่วนการรักษาสัจจะ (อัล-วะฟาอ์) คือธรรมชาติของคนที่มีเกียรติ”
อิหม่าม อิบนุ ตัยมียะฮฺ กล่าวว่า
”تَرْكُ الْأَمَانَةِ خِيَانَةٌ لِلَّهِ وَلِلرَّسُولِ وَلِلْمُؤْمِنِينَ”
“การละทิ้งอะมานะฮ์ (ความรับผิดชอบ) คือการบิดพริ้วต่ออัลลอฮ์ ต่อศาสนทูต และต่อบรรดาผู้ศรัทธาทั้งหลาย”
.. คำว่า #อะอ์รอฎ (أعراض) หมายถึง เกียรติยศและศักดิ์ศรีของบุคคล ท่านอุมัรย้ำว่าผู้ที่เป็น “บุรุษที่แท้จริง” จะต้องไม่นินทาลับหลัง ไม่ใส่ร้ายป้ายสี หรือดูถูกเหยียดหยาม หรือการลดทอนคุณค่าความเป็นมนุษย์ของผู้อื่น เรื่องนี้ก็เป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ ของบุรุษผู้เป็นคนจริง
ท่านอบูดัรดาอ์ กล่าวว่า
”مَنِ اسْتَطَالَ عَلَى عِرْضِ أَخِيهِ، فَإِنَّمَا يَأْكُلُ جَمْرًا”
“ผู้ใดที่ยกตนข่มท่านหรือละเมิดเกียรติของพี่น้องของเขา แท้จริงเขากำลังกินถ่านเพลิงเข้าไป”
ท่านอิบรอฮีม บิน อัดฮัม กล่าวว่า
”أَشَدُّ الْوَرَعِ هُوَ الْكَفُّ عَنْ أَعْرَاضِ النَّاسِ”
“ความสมถะยำเกรง (วะเราะอ์) ที่เข้มข้นที่สุด คือ การระงับตนจากการยุ่งเกี่ยวกับเกียรติของผู้อื่น”
อิหม่าม อัล-ฆอซาลี กล่าวว่า
”لَمَّا كَانَ الْقَدْحُ فِي أَعْرَاضِ الْمُسْلِمِينَ مِنْ أَكْبَرِ الْكَبَائِرِ…”
“การทำลาย (วิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหาย) ต่อเกียรติของมุสลิมนั้น ถือเป็นหนึ่งในบาปใหญ่ที่ร้ายแรงที่สุด…”
อิหม่าม อัล-กุรฏุบี กล่าวว่า
”انْتِهَاكُ عِرْضِ الْمُسْلِمِ كَسَفْكِ دَمِهِ”
“การละเมิดเกียรติของมุสลิมนั้น เปรียบเสมือนการหลั่งเลือดของเขา” (สะท้อนว่าการทำลายชื่อเสียงมีค่าเท่ากับการฆ่าในทางอ้อม)
… ชีวิตของคนเราต้องสั่งให้ตัวเองอยู่กับอะมานะฮฺ ก้มหน้าก้มตาทำอย่างจริงจัง (ต้องสัมผัสได้ว่าเหนื่อยจริงๆ แต่เหนื่อยแบบนี้จะมีความสุข)… และอย่าได้หลงประเด็นไปเรื่องอื่น โดยเฉพาะเรื่องของชาวบ้าน อย่างการนินทาและการให้ร้ายต่างๆ อย่าไปละเมิดเกียรติของใครหรือยุ่งเรื่องส่วนตัวของเขา
|อัล อัค|
แหล่งอ้างอิง
