ถือศีลอดในเดือนรอมฎอนผ่านพ้นมาแล้ว บางทีความหมายหนึ่งการถือศีลอด 6 วัน ในเดือนเชาวาล ที่ศาสนาส่งเสริมให้ทำต่อ (และเราเลือกจัดกันได้ตามทัศนะที่ถนัดจนถึงสิ้นเดือน) เพื่อให้เรายังคงนึกออกว่า การถือศีลดคือการฝึกความยับยั้งชั่งใจ การอดใจไม่ทำตามอารมณ์ การยับยั้งตนไม่ทำเรื่องชั่วๆ… และนี่อาจจะเป็นการให้ความหมายที่สำคัญที่สุดต่อการถือศีลอดทั้งในรอมฎอนและนอกรอมฎอน
เพราะเราทุกคนล้วนอาศัยอยู่ในโลกที่มันน่ากลัว ตรงที่เอาเข้าจริงกฎหมายมันเข้าไปไม่ถึงในซอกในซอย ในที่ที่ห่างไกล หรือในบ้านที่ไม่มีใครเห็น หรือบนตึกที่ไม่มีใครรู้ กฎหมายมักจะมีปัญหากับในที่ที่กล้องวงจรปิดไม่ทำงานหรือมันทำงานไม่สะดวก
โลกของเรามันน่ากลัว เมื่อเราปล่อยลูกสาวของเราให้ไปแต่งอยู่กันสองต่อสองกับผู้ชายคนอื่น ไม่รู้ลับตาเราจะโดนผู้ชายคนนั้นทุบตีทำร้ายเอาหรือไม่ หรือเมื่อเราปล่อยลูกๆ ของเราไปโรงเรียน ไม่รู้ที่นั่นมีครูเลวๆ คอยจะทำเรื่องชั่วๆ อยู่หรือเปล่า
โลกของเรามันน่ากลัว ไม่รู้พ่อค้าคนไหนแอบเติมน้ำลงไปในน้ำนมหรือเปล่า ไม่รู้ว่านายทุนมันแอบตุนของไว้ที่หลังบ้านหรือไม่… โลกของเรามันน่ากลัว ไม่รู้พวกคนรวยไปหาเกาะที่ไหนสักแห่งหรือหาเรือหรูๆ ไว้ทำกิจกรรมที่ชั่วร้ายอยู่หรือไม่ ยากที่จะรู้ได้ แต่ประเมินได้ สำหรับโลกที่บางคนคิดว่าเงินจัดได้ทุกอย่าง
สิ่งที่สำคัญที่สุดในโลกของเรา คือการที่ผู้คนในสังคมต้องรู้จักการฝึกฝนความยับยั้งชั่งใจ หรือการรู้จักว่าอะไรควรไม่ควร คือการใช้ชีวิตที่รู้ว่าอะไรทำได้และอะไรทำไม่ได้… ศาสนาจึงสอนเราให้ฝึกฝนควบคุมใจตัวเอง เข้าใจคนอื่น และช่วยกันสร้างโลกที่สันติ
|อัล อัค|
แหล่งอ้างอิง
