หลายคนเริ่มจดบัญชีรายรับ-รายจ่ายด้วยความตั้งใจดี แต่พอผ่านไปสองสามสัปดาห์ก็เลิก เพราะขั้นตอนมันหนักกว่าที่คิด ต้องเปิดคอม ต้องหาไฟล์ให้เจอ ต้องจำว่าไฟล์ตัวล่าสุดบันทึกไว้โฟลเดอร์ไหน พอวันไหนไม่ได้อยู่หน้าคอมหรือไฟล์อยู่ในเครื่องอื่น บัญชีก็ขาดช่วงทันที แล้วพอขาดช่วงครั้งหนึ่ง มันก็ยากมากที่จะกลับมาจดต่อ
บทความนี้ผมจะพาเริ่มจดบัญชีรายรับ-รายจ่ายด้วย Google Sheets ซึ่งเป็นเครื่องมือฟรีของกูเกิล ใช้งานได้จากมือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์พร้อมกัน สิ่งที่ต่างจากไฟล์ทั่วไปคือข้อมูลถูกบันทึกอัตโนมัติทุกครั้งที่พิมพ์ ไม่ต้องกดเซฟเอง ไม่หายเมื่อมือถือพัง และแชร์ดูพร้อมกันกับคนในบ้านได้ ใช้เวลาตั้งตารางครั้งเดียวประมาณ 20 นาที แล้วจดต่อได้สบายทั้งปี
ทำไม Google Sheets ถึงเหมาะกับคนจดบัญชีมากกว่าไฟล์ Excel บนคอมพิวเตอร์
ไม่ได้หมายความว่าไฟล์ Excel ไม่ดี ทั้งสองอย่างคำนวณได้เหมือนกัน แต่พฤติกรรมของคนส่วนใหญ่คือ “จดตอนที่เครื่องมืออยู่ใกล้มือ” ถ้าเครื่องมือต้องรอเปิดคอม โอกาสขาดช่วงจะสูงมาก สิ่งที่ Google Sheets ได้เปรียบชัดเจนคือเรื่องของความต่อเนื่อง
- ไม่ต้องติดตั้งอะไรเลย — เปิดผ่านเบราว์เซอร์หรือแอปบนมือถือด้วยบัญชีอีเมลเดิม ไฟล์เก็บอยู่บนคลาวด์ ไม่กินพื้นที่เครื่อง
- จดได้ทันทีที่จ่ายเงิน — ยืนอยู่หน้าร้านก็เปิดแอปพิมพ์ได้เลย ตัวเลขวันเดียวกันบันทึกครบ ไม่ต้องกลับมาไล่บิลทีหลัง
- บันทึกอัตโนมัติ — ไม่มีเหตุการณ์ “ลืมกดเซฟแล้วไฟดับ” เพราะทุกช่องที่แก้ถูกบันทึกทันที
- ดูพร้อมกันทั้งบ้านได้ — สามีหรือภรรยาจดคนละเครื่องแต่เข้าไฟล์เดียวกันได้ งบครัวเรือนจึงตรงกันโดยไม่ต้องถามกันทุกเย็น
- ย้อนดูประวัติได้ — ฟีเจอร์ดูประวัติการแก้ไขช่วยให้รู้ว่าใครแก้ช่องไหนเมื่อไร เหมาะกับบ้านที่จดบัญชีร่วมกัน
- ต่อยอดเป็นแผนภูมิได้ทันที — เลือกข้อมูลแล้วกดแผนภูมิ ดูแนวโน้มรายจ่ายหกเดือนย้อนหลังได้โดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
ข้อจำกัดที่ต้องรู้คือ Google Sheets ต้องต่ออินเทอร์เน็ตถึงจะแก้ไขได้ (ดูแบบออฟไลน์ได้บางกรณี) และข้อมูลอยู่ในบัญชีกูเกิล ถ้าใครไม่สบายใจเรื่องนี้ ใช้ไฟล์ Excel เก็บในเครื่องก็ยังเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล
ตารางเปรียบเทียบ: ไฟล์ Excel ในเครื่อง กับ Google Sheets
| หัวข้อเปรียบเทียบ | ไฟล์ Excel ในเครื่อง | Google Sheets |
|---|---|---|
| ค่าใช้จ่าย | ฟรี (บางรุ่นต้องซื้อโปรแกรม) | ฟรีกับบัญชีอีเมลทั่วไป |
| ต้องติดตั้งโปรแกรม | ต้องติดตั้งก่อนใช้ | ไม่ต้อง เปิดเบราว์เซอร์ได้เลย |
| ใช้บนมือถือ | ทำได้แต่ช่องเล็ก พิมพ์ยาก | ออกแบบมาเพื่อมือถือ จดได้ลื่นกว่า |
| บันทึกอัตโนมัติ | ต้องกดเซฟเอง | บันทึกให้ทุกครั้ง |
| แชร์ให้คนอื่นจดร่วม | ต้องส่งไฟล์ไปมา เสี่ยงได้เวอร์ชันซ้ำ | แชร์ลิงก์แล้วจดพร้อมกันได้ |
| ข้อมูลหายเมื่อเครื่องพัง | เสี่ยงสูงถ้าไม่มีสำรอง | ข้อมูลอยู่บนคลาวด์ |
| สูตรที่ใช้ | SUM, SUMIF, IF, VLOOKUP | ใช้ชื่อสูตรเดียวกันได้ทั้งหมด |
โครงสร้าง 6 คอลัมน์ที่ใช้งานจริง (คัดลอกไปตั้งได้เลย)
หัวใจของการจดบัญชีที่ไม่เลิกกลางทางคือ “จำนวนคอลัมน์ต้องน้อยพอที่จะพิมพ์จบใน 15 วินาที” ผมแนะนำ 6 คอลัมน์นี้ อย่าเพิ่งเพิ่มอะไรไปมากกว่านี้ในเดือนแรก
| วันที่ | รายการ | หมวด | ประเภท | รายรับ | รายจ่าย |
|---|---|---|---|---|---|
| 1/9/2569 | เงินเดือน | รายได้ประจำ | รายรับ | 25,000 | |
| 2/9/2569 | ค่าเช่าห้อง | ที่อยู่อาศัย | รายจ่าย | 6,500 | |
| 3/9/2569 | ข้าวกลางวัน | อาหาร | รายจ่าย | 120 | |
| 5/9/2569 | งานเสริมออกแบบ | รายได้เสริม | รายรับ | 3,500 | |
| 6/9/2569 | ค่าน้ำค่าไฟ | สาธารณูปโภค | รายจ่าย | 1,850 |
สังเกตว่าคอลัมน์รายรับกับรายจ่ายแยกกัน เพราะทำให้เขียนสูตรรวมยอดง่ายกว่ามาก และเวลาทำแผนภูมิก็ไม่ต้องแปลงเครื่องหมายลบให้ยุ่งยาก
วิธีทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายด้วย Google Sheets ทีละขั้น (20 นาทีเสร็จ)
ขั้นที่ 1: สร้างไฟล์และตั้งชื่อให้ค้นหาง่าย
เข้า sheets.google.com แล้วสร้างไฟล์ใหม่ ตั้งชื่อว่า “บัญชีรายรับ-รายจ่าย 2569” แล้วเปลี่ยนชื่อแท็บด้านล่างเป็น “บันทึกประจำวัน” การตั้งชื่อแบบมีปีช่วยให้ค้นหาง่ายและแยกไฟล์ปีเก่าออกจากปีใหม่ได้ชัดเจน
ขั้นที่ 2: พิมพ์หัวตารางและตรึงแถวแรก
พิมพ์หัวตาราง 6 ช่องตามตารางด้านบนในแถวที่ 1 จากนั้นไปที่เมนู ดู > ตรึง > 1 แถว เพื่อล็อกหัวตารางไว้ เวลาจดต่อแถวที่ 200 หัวตารางจะยังอยู่ให้เห็น ไม่ต้องเลื่อนกลับขึ้นไปจำว่าช่องไหนคืออะไร
ขั้นที่ 3: รวมยอดรายรับ-รายจ่ายทั้งเดือนด้วย SUM
ไปที่ช่องว่างด้านขวาของตาราง (สมมติช่อง H1) แล้วพิมพ์ชื่อย่อว่า “รวมรายรับ” กับ “รวมรายจ่าย” ไว้สองช่อง จากนั้นใส่สูตร =SUM(E2:E1000) ในช่องรวมรายรับ และ =SUM(F2:F1000) ในช่องรวมรายจ่าย กำหนดถึงแถวที่ 1000 ไว้ล่วงหน้า เพื่อให้จดต่อได้อีกหลายเดือนโดยไม่ต้องแก้สูตร
ขั้นที่ 4: แยกยอดตามหมวดด้วย SUMIF
ถ้าอยากรู้ว่าเดือนนี้กินข้าวไปเท่าไร ใช้ =SUMIF(C2:C1000,”อาหาร”,F2:F1000) โดย C คือคอลัมน์หมวด และ F คือคอลัมน์รายจ่าย ทำแบบเดียวกันกับหมวดอื่น เช่น ที่อยู่อาศัย เดินทาง สาธารณูปโภค และรายได้เสริม วิธีนี้ทำให้เห็นทันทีว่าหมวดไหนกินงบมากผิดปกติ โดยไม่ต้องมานั่งกรองข้อมูลเอง
ขั้นที่ 5: ดูเงินคงเหลือและอัตราการออมต่อเดือน
เพิ่มช่อง “เงินคงเหลือ” ด้วยสูตรลบง่าย ๆ คือ =ช่องรวมรายรับ – ช่องรวมรายจ่าย และเพิ่มช่อง “อัตราการออม” ด้วย =เงินคงเหลือ / รวมรายรับ แล้วจัดรูปแบบเป็นเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขนี้จะบอกความจริงกับเราทุกเดือนว่าแท้จริงแล้วเก็บเงินได้กี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้
ขั้นที่ 6: ทำเมนูเลือกหมวดด้วย Data validation
ปัญหาที่ทำให้คนเลิกจดคือชื่อหมวดพิมพ์ไม่เหมือนกัน เช่น บางวันพิมพ์ “อาหาร” บางวันพิมพ์ “มื้ออาหาร” ทำให้สูตร SUMIF รวมไม่ครบ แก้ด้วยการเลือกคอลัมน์หมวดทั้งหมด แล้วไปที่เมนู ข้อมูล > การตรวจสอบข้อมูล เลือกเป็นรายการจากช่วง แล้วระบุหมวดที่อนุญาตไว้ล่วงหน้า เช่น อาหาร เดินทาง ที่อยู่อาศัย สาธารณูปโภค สุขภาพ การศึกษา บันเทิง ครอบครัว รายได้ประจำ รายได้เสริม วิธีนี้ทำให้ทุกช่องเลือกได้เท่านั้น ลดความผิดพลาดได้มาก
ขั้นที่ 7: เตือนตัวเองเมื่อใช้เกินงบด้วย Conditional formatting
ตั้งงบของแต่ละหมวดไว้ล่วงหน้า แล้วใช้การจัดรูปแบบตามเงื่อนไข ให้ช่องยอดรวมเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อตัวเลขเกินงบที่ตั้งไว้ สำหรับคนที่ใช้จ่ายตามอารมณ์ วิธีนี้คือสัญญาณเตือนที่เห็นได้ก่อนเงินหมดเดือน
ขั้นที่ 8: แชร์ให้คนในบ้านและปักหมุดบนมือถือ
กดปุ่มแชร์แล้วเพิ่มอีเมลของคนในบ้าน กำหนดสิทธิ์เป็น “แก้ไข” หรือ “ดูเท่านั้น” ตามความเหมาะสม จากนั้นติดตั้งแอป Google Sheets บนมือถือ ล็อกอินบัญชีเดิม แล้วปักหมุดไฟล์นี้ไว้บนหน้าจอหลัก ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด เพราะเป็นตัวตัดสินว่าคุณจะจดต่อได้จริงหรือเลิกกลางทาง
5 สูตร Google Sheets ที่คนจดบัญชีต้องใช้จริง
- =SUM(E2:E1000) — รวมยอดทั้งคอลัมน์ เหมาะกับยอดรายรับรายจ่ายรวม
- =SUMIF(C2:C1000,”อาหาร”,F2:F1000) — รวมยอดเฉพาะหมวดที่ต้องการ เปลี่ยนคำในเครื่องหมายคำพูดตามหมวด
- =SUMIFS(F2:F1000,C2:C1000,”อาหาร”,A2:A1000,”>=1/9/2569″) — รวมยอดแบบมีเงื่อนไขสองชั้น เหมาะกับการดูรายจ่ายหมวดเดียวในเดือนเดียว
- =IF(H2>H3,”เกินงบ”,”อยู่ในงบ”) — เขียนข้อความเตือนอัตโนมัติแทนการจำเอง
- =ROUND(H4/H2*100,1) — คำนวณอัตราการออมเป็นเปอร์เซ็นต์ ปัดทศนิยมหนึ่งตำแหน่ง
ถ้าคุ้นกับสูตร Excel อยู่แล้ว ใช้ต่อใน Google Sheets ได้เลย ชื่อสูตรและรูปแบบการเขียนเหมือนกันเกือบทั้งหมด ต่างกันแค่ไม่กี่สูตรระดับสูง
จดวันละ 1 นาที ใช้เวลาจริงเท่าไรต่อเดือน
| ช่วงเวลา | สิ่งที่ทำ | เวลาที่ใช้ |
|---|---|---|
| หลังจ่ายเงินทุกครั้ง | พิมพ์ 1 แถว 6 ช่อง | 15-20 วินาที |
| สิ้นสัปดาห์ | ตรวจว่าแถวครบ ดูยอดคงเหลือ | ประมาณ 5 นาที |
| สิ้นเดือน | ดูยอดตามหมวด ตั้งงบเดือนถัดไป | ประมาณ 15 นาที |
| รวมทั้งเดือน | ตั้งตาราง 20 นาทีครั้งเดียว + จดต่อเนื่อง | ไม่เกิน 1 ชั่วโมง |
ประสบการณ์จริงในมุมของผู้เขียน: งานสินเชื่อผ่อนชำระสอนอะไรเรื่องการจดบัญชี
ผมทำงานด้านสินเชื่อผ่อนชำระที่ AdamPay จึงได้พูดคุยกับคนกู้หลายรูปแบบ ทั้งพนักงานประจำ เจ้าของร้านเล็ก และพ่อค้าออนไลน์ สิ่งหนึ่งที่พบซ้ำ ๆ คือคนส่วนใหญ่ไม่ได้ “ไม่รู้ว่าตัวเองใช้เงินเท่าไร” แต่ “ไม่มีข้อมูลให้ดู” เวลาถูกถามว่าเดือนหนึ่งจ่ายค่าอะไรไปบ้าง คำตอบที่ได้มักเป็นการประมาณจากความจำ ซึ่งความจำจะแม่นเฉพาะรายจ่ายก้อนใหญ่ ส่วนรายจ่ายย่อยที่ตัดบ่อยกลับถูกลืมหมด
คนที่ดูแลการผ่อนชำระได้ราบรื่นกว่ามักมีลักษณะร่วมกันอย่างหนึ่ง คือเขารู้ตัวเลขของตัวเองก่อนตัดสินใจเรื่องเงิน เช่น รู้ว่าหลังหักค่างวดและค่าใช้จ่ายจำเป็นแล้วเหลือเท่าไร และรู้ว่าหากมีรายจ่ายฉุกเฉินเกิดขึ้นจะดึงจากส่วนไหน ไม่ใช่เพราะเขาเก่งคำนวณ แต่เพราะเขามีบันทึกที่เปิดดูได้ทันที
ผมจึงไม่แปลกใจที่คนที่จดบัญชีต่อเนื่องมักคุมการผ่อนชำระได้ดีกว่า เพราะเขาเห็นภาพรวมก่อนตัดสินใจ ไม่ใช่ตัดสินใจก่อนแล้วค่อยมาไล่ดูว่าที่เหลือพอไหม ข้อสังเกตนี้เป็นประสบการณ์จากงานที่ทำ ไม่ใช่ผลสำรวจทางสถิติ และไม่ใช่คำรับประกันว่าใครจดบัญชีแล้วจะบริหารเงินได้ดีขึ้นเสมอ แต่การมีข้อมูลจริงของตัวเองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทุกคนทำได้ทันทีโดยไม่ต้องรอความพร้อมเรื่องอื่น
ข้อควรระวังก่อนเริ่มจดบัญชีใน Google Sheets
- อย่าใส่ข้อมูลอ่อนไหวเกินจำเป็น — ไม่ต้องใส่เลขบัญชี เลขบัตรประชาชน หรือรหัสผ่านใด ๆ ตารางนี้ต้องการแค่วันที่ รายการ หมวด และจำนวนเงินเท่านั้น
- ตรวจสิทธิ์การแชร์ทุกครั้ง — ถ้าเผลอตั้งเป็น “ทุกคนที่มีลิงก์” ข้อมูลการเงินของคุณจะเปิดให้ใครก็ได้ที่ได้ลิงก์มา ควรแชร์แบบระบุอีเมลเท่านั้น
- สูตรผิดเงียบ ๆ ได้ — ถ้าพิมพ์ชื่อหมวดไม่ตรงกันยอดจะไม่ถูกรวม ควรใช้การตรวจสอบข้อมูลตามขั้นที่ 6 เพื่อกันปัญหานี้
- อย่าจดย้อนหลังทีเดียวทั้งเดือน — การรวบยอดทีหลังทำให้ลืมรายจ่ายย่อย ควรจดทันทีหลังจ่ายหรืออย่างช้าคือก่อนนอนวันเดียวกัน
- ตัวเลขคือเครื่องมือ ไม่ใช่คำตัดสิน — เป้าหมายคือเข้าใจพฤติกรรมของตัวเอง ไม่ใช่ทำให้เดือนหนึ่งดูสวยที่สุด
หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน การลงทุน หรือการขอสินเชื่อ ทุกคนมีสถานะทางการเงินต่างกัน ควรวางแผนตามรายได้และภาระหนี้ที่แท้จริงของตนเอง และหากกังวลเรื่องหนี้สินควรปรึกษาสถาบันการเงินหรือที่ปรึกษาที่มีใบอนุญาต
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Google Sheets ใช้ฟรีจริงไหม มีเงื่อนไขอะไรบ้าง
ใช้ฟรีด้วยบัญชีอีเมลกูเกิลทั่วไป สร้างไฟล์ได้จำนวนมากโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ข้อจำกัดจะเกิดเฉพาะกรณีไฟล์ใหญ่มากหรือต้องการฟีเจอร์ระดับองค์กร ซึ่งเกินความจำเป็นของการจดบัญชีครัวเรือนไปไกล
ไม่มีคอมพิวเตอร์ ใช้แค่โทรศัพท์ทำได้ไหม
ทำได้ทั้งหมดครับ ทั้งการสร้างไฟล์ พิมพ์สูตร และทำแผนภูมิ แอปบนมือถือใช้งานเหมือนในคอม เพียงแต่วันแรกที่ตั้งตารางอาจพิมพ์บนคอมสะดวกกว่า ถ้าไม่มีก็ใช้คีย์บอร์ดในมือถือตั้งครั้งเดียวจบ แล้วหลังจากนั้นจดจากมือถือได้เลย
จดทุกวันไม่ไหว มีวิธีไหนที่ไม่ให้ขาดช่วง
ตั้งกฎง่าย ๆ สองข้อ ข้อแรกคือจดทันทีหลังจ่ายเงินก่อนเก็บเงินเข้าตัว ข้อสองคือก่อนนอนให้ตรวจว่าวันนี้มีรายจ่ายอะไรตกหล่นไหม ถ้ายังรู้สึกหนักให้เริ่มจดเฉพาะรายจ่ายที่มีมูลค่ามากกว่าหนึ่งร้อยบาทก่อน แต่ต้องจดให้ครบทุกวันเพื่อให้ตัวเลขยังใช้ได้
มีไฟล์ Excel อยู่แล้ว จะย้ายมา Google Sheets อย่างไร
อัปโหลดไฟล์ Excel เข้า Google Drive แล้วเปิดด้วย Google Sheets ได้ทันที สูตรส่วนใหญ่จะถูกแปลงให้อัตโนมัติ จากนั้นตรวจยอดรวมสองสามช่องว่าเท่าเดิมหรือไม่ แล้วกำหนดสิทธิ์แชร์ใหม่เพื่อความปลอดภัย
ข้อมูลการเงินใน Google Sheets ปลอดภัยแค่ไหน
ปลอดภัยระดับเดียวกับบริการคลาวด์ทั่วไป ข้อมูลถูกเข้ารหัสขณะรับส่ง และเข้าได้เฉพาะบัญชีที่ได้รับสิทธิ์ แต่ต้องเปิดการยืนยันตัวตนสองขั้นที่บัญชีอีเมลด้วย และไม่ควรแชร์ลิงก์แบบสาธารณะ ความเสี่ยงจริงมักมาจากการตั้งค่าสิทธิ์ที่หละหลวม มากกว่าตัวโปรแกรม
ควรเริ่มจาก Google Sheets หรือไฟล์ Excel ที่มีแจกฟรี
ถ้าถนัดจดจากมือถือและอยากแชร์กับคนในบ้าน เริ่มจาก Google Sheets จะต่อเนื่องกว่า ถ้าถนัดเปิดคอมและอยากได้ไฟล์ที่สูตรพร้อมใช้อยู่แล้ว เริ่มจากไฟล์ที่เตรียมไว้ให้แล้วจะเร็วที่สุด และไม่ผิดเลยถ้าจะเริ่มจากไฟล์สำเร็จรูปแล้วค่อยย้ายมาเป็น Google Sheets ทีหลัง
แหล่งอ้างอิงและอ่านเพิ่มเติม
- ธนาคารแห่งประเทศไทย — สถิติเศรษฐกิจและการเงิน สำหรับดูข้อมูลภาพรวมเศรษฐกิจที่กระทบรายได้และค่าครองชีพ
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย — ความรู้การเงินการลงทุน บทเรียนพื้นฐานการวางแผนการเงินที่อ่านเข้าใจง่าย
- สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สำหรับตรวจสอบว่าผู้ให้บริการทางการเงินรายใดได้รับใบอนุญาต
บทความในเว็บนี้ที่เกี่ยวข้องและอ่านต่อได้ทันที
- บัญชีรายรับ-รายจ่าย Excel ฟรี 2569 ดาวน์โหลดได้เลย (พร้อมวิธีใช้)
- บัญชีรายรับ-รายจ่าย Excel ฟรี 2569 จากโครงสร้างไฟล์ธนาคารแห่งประเทศไทย
- แจกไฟล์ Excel บันทึกการออมเงิน ฟรี 2569 พร้อมสูตรคำนวณ
- แจกไฟล์ Excel วางแผนการเงินครอบครัว 2569
- วิธีออมเงินเดือนละ 1,000 บาทให้ได้จริง 2569 พร้อมไฟล์ช่วยคำนวณ
- สูตร Excel ที่คนทำงานออฟฟิศต้องรู้ 2569
สรุป: ใช้เวลา 20 นาทีวันนี้ แล้วเลิกเดาเรื่องเงินไปตลอดปี
การจดบัญชีรายรับ-รายจ่ายด้วย Google Sheets ไม่ต้องรอความพร้อมอะไรเลย เปิดไฟล์ใหม่ ตั้ง 6 คอลัมน์ ใส่สูตรรวมยอดและสูตรแยกหมวด แล้วปักหมุดไว้บนมือถือ เพียงเท่านี้คุณจะมีข้อมูลการเงินของตัวเองที่เปิดดูได้ทุกเมื่อ ทุกครั้งที่ตัวเลขรวมถูกอัปเดตอัตโนมัติ
เป้าหมายของตารางนี้ไม่ใช่การทำให้ตัวเลขสวยที่สุด แต่คือการทำให้คุณตอบได้เสมอว่าเดือนนี้เงินเข้าเท่าไร ออกเท่าไร และเหลือจริงเท่าไร เมื่อตอบคำถามนี้ได้ การตัดสินใจเรื่องการออม การผ่อนชำระ และการใช้จ่ายในเดือนถัดไปจะง่ายขึ้นมาก
ถ้าอยากได้ไฟล์พร้อมสูตรแบบไม่ต้องตั้งเอง เริ่มจาก ไฟล์บัญชีรายรับ-รายจ่าย Excel ฟรี หรือโครงสร้างไฟล์ตามแบบที่ ธนาคารแห่งประเทศไทยจัดทำ แล้วค่อยอัปโหลดมาเปิดใน Google Sheets ในภายหลัง ส่วนใครที่อยากเก็บเงินให้เห็นผลเร็วขึ้น ลองอ่านวิธี ออมเงินเดือนละ 1,000 บาทให้ได้จริง ควบคู่ไปด้วย

